มาติช ยังไม่พอ สำหรับแดนกลางของ ผีแดง พวกเขาต้องมีมากกว่านี้

มาติช

มาติช คือนักเตะที่ ทุกๆคนนั้นรู้จัก เรารู้เรื่องนี้ดี เพราะว่าเขานั้น แข็งแกร่งและพร้อมที่จะสร้างผลงานที่ดีกว่านี้ เห็นได้ชัดว่า เขายังไม่พอและต้องหามาเพิ่มอีก

เนมานย่า มาติช มีการเล่นที่ดี แต่เขายังไม่สามารถที่จะหยุด นักเตะหลายๆคน ได้ โดยเฉพาะ เกมที่เจอกับ เชลซี เห็นได้ชัดว่า เมื่อเขามาเยือนทีมเก่า ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ต้องการ

เราเห็นเรื่องนี้ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเยือน เชลซี และบอกได้เลยว่า พวกเขายังมีทีมที่ดีไม่พอ นักเตะไม่สามารถสร้างผลงานได้ แม้ว่า ทีมนี้ พวกเขาเคยเจอมาก่อนแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับ การเล่นของพวกเขาคือ

มาติช

การเพิ่มนักเตะที่มีประสิทธิภาพ มากกว่านี้ เราต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ ทุกอย่างมันไม่ใช่แบบที่คิด พวกเขาไม่ได้ทำได้ทุกอย่าง นักเตะคนเดียวที่ แข็งแกร่ง ไม่สามารถที่จะช่วยได้ทั้งทีม พวกเขาต้องเพิ่มนักเตะเข้ามาใสโมสร

ผมไม่ได้บอกว่า เขาเล่นไม่ดีนะ แต่มันยังดีมากพอ ผมอยากให้ เขาสร้างผลงานได้ดีกว่านี้ แต่ต้องมีคนเข้ามาช่วย ไม่ใช่ปล่อยให้เขา ทำงานอยู่เพียงคนเดียว เขาจะไม่สามารถทำงานได้อย่างที่เขาต้องการ

ผมเชื่อว่าฝีเท้าของเขานั้นยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่จะทำให้ทีมคว้าแชมป์ได้ ระหว่าง ฟราเบกาส กับ เขาเห็นได้ชัดว่า ในเกมนั้น มีความแตกต่างอย่างมาก พวกเขาเคยเป็นเพื่อนทีมเดียวกัน

เคยทำหน้าที่ที่เหมือนกัน และ คือช่วยให้เชลซี ได้ชัยชนะ แต่เมื่อครั้งก่อน พวกเขาต้องเจอกันในแบบคนละทีม และนั่นทำให้ได้เห็นว่า พวกเขาต้องเจอหน้ากัน แบบไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป เป็นเรื่องยากมากสำหรับ เขาเพราะว่า

ก่อนหน้าที่ เขาจะมาที่นี่ เขาก็มีความรู้สึกที่ไม่ดีนักและมันก็ทำให้เขา ไม่สามารถที่จะเล่นออกในบ้านเก่าของเขา ผมบอกได้เลยว่า เขาเองก็ต้องการที่จะเล่นให้ยอดเยี่ยม แต่เมื่อเจอกับเพื่อเก่า

การแสดงความสามารถของเขาก็ไม่ได้เหมือนเดิม เขาทำหน้าที่ ไม่ได้ดีเหมือนเดิม ความบ้าและความแข็งแกร่งของเขายังมี แต่ก็ไม่ได้เอามาใช้ทั้งหมด เพราะว่า เขานั้นเหมือนโดนกด เอาไว้ และด้วยความเป็นทีมเก่า

ก็ทำให้เขานั้น ฉายฟอร์มที่ยอดเยี่ยมออกมาไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่ต้องหา นักเตะรายใหม่ เข้ามาช่วย เพราะว่า สโมสรไม่ได้มีนักเตะเพียงคนเดียวที่ทำหน้าที่ได้ ผมเชื่อว่า มูรินโญ่ จะยอมหานักเตะลงมาช่วยเขา และสโมสร แต่พวกเขาก็ทำได้ดีนะไม่เถียงเรื่องนี้

วิลกินส์ เห็นความคุ้มของ บาทชัวยี มีน้อยกว่า ซาลาห์ อย่างมาก

วิลกินส์

วิลกินส์ นักเตะที่สร้างผลงานได้ดีใน สโมสรเชลซี และเขาก็เป็นตำนานที่ดี ได้ออกมา แสดงความคิดเห็นว่า ทีมน่าจะได้ตัว ซาลาห์ เข้าสโมสรมากกว่า

เรย์ วิลกินส์ แค่เห็นว่า นักเตะที่ยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ทีมเก่าของเขา มันไม่ได้มีความอันตรายอย่างที่ต้องการได้

เพราะว่า บาทชัวยี กับ ซาลาห์ มีความสามารถที่แตกต่างกันอย่างมาก เขาทำผลงานที่ไม่เหมือนเดิม การจะให้ทีมชนะได้ ก็เพราะว่านักเตะในแดนกลางจะช่วยให้สโมสร ได้รับชัยชนะได้ พวกเขาทำหน้าที่เหมือนกัน

วิลกินส์

แต่มีความแตกต่างกันเรื่อง ความสามารถของพวกเขา มันทำให้ได้เห็นถึงความสุดยอดของ ซาลาห์ ที่ทำได้ดีกว่า เขาเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากกว่าเดิม ผมไม่อยากบอกว่า ชัยชนะจะเกิดขึ้นกับ สโมสรได้มากแค่ไหน

ถ้าหาก พวกเขาสามารถที่จะเอา ซาลาห์ กลับมาสู่ เชลซีได้อีกครั้ง พวกเขาไม่รู้เลยว่า นักเตะรายนี้จะเล่นได้ยอดเยี่ยม เพราะเขามาจากสโมสรเดียวกับ เขาเคยเล่นสโมสรเดียวกัน เราไม่ได้สร้างทีมเหมือนทีมอื่น

โดยบอกได้เลยว่า ค่าตัวของเขานั้นไม่ได้เหมือนกัน ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้มากกว่านี้ ถาหาก พวกเขาพร้อมที่จะ สร้างผลงานที่ดีกว่านี้ แต่มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ บาทชัวยี ไม่สามารถยิงประตู ได้อย่างที่

เราๆคิด เพราะว่า เขาไม่เคยคิดว่า นักเตะรายนั้นไม่สามารถทำได้ ซาลาห์ มีค่าตัวเกือบ 37 ล้านปอนด์ ส่วนทางด้าน บาทชัวยี มีค่าตัวอยู่ที่ 33 ล้านปอนด์ โดย เห็นได้ชัดว่า ชัยชนะของพวกเขาต่างกัน

เชลซีมีชัยชนะที่มากกว่า ผมเห็นว่าเขาควรจะเข้าใจในนักเตะว่าต้องทำอย่างไร เพื่อให้ทีมแข็งแกร่ง ผมบอกได้เลยว่า พวกเขาไม่เข้าใจเรื่องการทำหน้าที่ของนักเตะที่ดี ผมเห็น บาทชัวยี ยิงแล้วไม่เหมือนที่เขาเคยเล่นเลย

ผมไม่อยากที่จะได้เห็นเขาว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต ผมบอกได้เลยว่า มันเป็นเรื่องยากมาก ที่จะทำได้ เรามีเรื่องยากมากที่ต้องทำมากกว่านี้ มันควรจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ความคิดของผมอาจจะไม่ถูก

แต่บอกได้เลยว่า หลายๆคนอาจจะต้องการเหมือนผม ผมไม่ต้องการให้ทีมแพ้ และผมมีความสุขที่เห็นทีมชนะ ผมอยากขอบคุณในการเล่นของนักเตะแต่ละคน พวกเขาทุ่มเทอย่างมากสำหรับ การทำหน้าที่ที่ดี

ผมต้องการตัวนักเตะที่ทำหน้าที่ ของเขาได้ดี มากกว่า บาทชัวยี พวกเราอยากได้ชัยชนะ ผมอยากที่จะได้ทุกๆอย่างที่ นักเตะในสโมสรทำได้ แต่ผมว่า พวกเขายังคงทำได้ดีไม่พอ มันน่าจะทำได้ดีมากกว่านี้นี่คือเรื่องจริง